คำนวณมูลค่าหุ้นด้วย Discounted Cash Flow ใช้ Free Cash Flow, Growth Rate, WACC, Terminal Value และ Margin of Safety เพื่อดูราคาเหมาะสมต่อหุ้น
WACC หรือต้นทุนเฉลี่ยของเงินทุน ถือเป็นอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำที่ผู้จัดสรรความเสี่ยงของเงินทุนคาดหวัง อัตราคิดลดที่เพิ่มขึ้นจะทำให้กระแสเงินสดในอนาคตมีค่าคิดลดกลับมาน้อยลง (มูลค่าเหมาะสมหดตัว) ในขณะเดียวกัน อัตราการเติบโตถาวร (Perpetual Growth) ไม่ควรมากกว่าผลการขยายตัวผลิตภัณฑ์มวลรวมเฉลี่ยในระยะยาว (GDP Growth) ของประเทศนั้น ๆ ซึ่งระบบแนะนําให้อยู่ในช่วง 2.0% - 3.0% เสมอ
DCF เป็นวิธีประเมินมูลค่าหุ้นจากเงินสดที่ธุรกิจน่าจะสร้างได้ในอนาคต เหมาะกับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการเข้าใจว่าราคาหุ้นปัจจุบันถูกหรือแพงเมื่อเทียบกับกระแสเงินสดจริง
ใช้ FCF ล่าสุดหรือค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3-5 ปี หากธุรกิจเป็นวัฏจักร เพื่อไม่ให้มูลค่าประเมินเหวี่ยงตามกำไรปีเดียว
ปี 1-5 มักสะท้อนช่วงเติบโตหลัก ส่วนปี 6-10 ควรลดสมมติฐานลงให้ใกล้การเติบโตระยะยาวมากขึ้น
ธุรกิจมั่นคงอาจใช้อัตราคิดลดต่ำกว่า ส่วนธุรกิจผันผวน หนี้สูง หรือคาดการณ์ยากควรใช้ WACC สูงขึ้น
Terminal Growth ควรต่ำกว่า WACC และมักไม่ควรสูงกว่าอัตราเติบโตเศรษฐกิจระยะยาวของประเทศ
หัวใจของ DCF คือการประมาณการ Free Cash Flow ในอนาคต คิดลดกลับด้วย WACC รวม Terminal Value หักหนี้สินสุทธิ แล้วหารด้วยจำนวนหุ้นเพื่อหา Fair Value ต่อหุ้น
นำกระแสเงินสดอิสระในอนาคตแต่ละปีกลับมาเป็นมูลค่าปัจจุบัน เพราะเงินในอนาคตมีค่าน้อยกว่าเงินวันนี้
มูลค่าหลังปีที่ 10 มักเป็นส่วนใหญ่ของ DCF จึงต้องตั้ง g อย่างระมัดระวังมากเป็นพิเศษ
หลังรวมมูลค่ากิจการแล้วต้องหักหนี้สินสุทธิ และหารด้วยจำนวนหุ้น เพื่อได้ราคาเหมาะสมต่อหุ้น
DCF อ่อนไหวต่อ Growth Rate, WACC และ Terminal Growth มาก นักลงทุนควรลองหลาย scenario เช่น conservative, base case และ optimistic เพื่อดูช่วงมูลค่าที่เป็นไปได้ ไม่ควรยึดราคาเหมาะสมตัวเดียวเป็นคำตอบสุดท้าย